counter 3,274

อารมณ์นี้ ตอนนี้ โดนใจสุด ๆ

ความรักที่เกิดขึ้น  . . .
ท่ามกลางความเหงานั้น เกิดขึ้นได้ง่าย
แต่การจะสานความรักต่อ. . .
ให้ยืนยาวได้นั้น เป็นเรื่องยาก


ความเหงานั้น  . . . มันโดดเดี่ยว
เปลี่ยนคนอ่อนไหว  . . .
ให้กลายเป็นคนอ่อนแอได้
จนบางครั้ง  . . .ต้องพยายามหาที่ยึดหัวใจ
ไม่ให้เคว้ง ไปตามแรงกระทบของชีวิต


และบางครั้ง  . . .
ก็อาจเผลอ ไปยึดใครสักคน. . .ที่ไม่อาจจะยึดได้
เพราะเหตุผล แห่งความเป็นไปไม่ได้ ร้อยพันประการ  . . .


แต่  . . . เมื่อความรักได้เกิดขึ้นมาแล้ว
ไม่ว่าจะอยู่ร่วมได้ หรือไม่ . . .
มีสิทธิ์ครอบครอง หรือไม่  . . .
ก็ไม่อาจที่จะ  . . . ห้ามไม่ให้รู้สึกรักได้
เมื่อในที่สุดแล้ว  . . .ห้ามไม่ได้
ก็อาจจะมีอีก ทางเลือกคือ  . . .
การปล่อยหัวใจให้ได้ “รั ก”


แต่  . . .
ต้องหาที่ยืน ที่เหมาะสมให้กับตัวเอง
หาบริเวณ ให้ตัวเองให้ได้
และหักห้ามใจ ไม่ให้เตลิดก้าวไปไกล
จากที่ที่ตัวเองต้องอยู่  . . .


นอกจาก  . . .กล้าที่จะยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว
ก็ต้องกล้าที่จะเชื่อมั่นว่า  . . .
เราต้องยืนอยู่ตรงนั้นให้ได้
และต้องไม่ไปไกลกว่านี้  . . .


อยากอยู่ตรงไหนก็ได้ . . .
แต่ต้องอยู่ในขอบเขต รักได้เท่านั้น
อย่า! ไปเผลอทำร้ายใครให้เจ็บปวด . . .


*******************************************

"อยู่ในขอบเขตของเรานะ..ต้อ"


ดีจังที่ได้อ่าน
อย่างน้อยก็ได้รู้แล้ว
ว่าเราไม่ได้ทำผิดอะไร
เรามีสิทธิ เพราะเป็นหัวใจของเรา
แต่.. อย่าไปก้าวก่ายสิทธิของเค้า

เรา ต้อง ยืน ให้ ถูกที่
เรา ต้อง รัก ให้ เป็น
เรา ต้อง ควบคุมตัวเอง ให้ได้

ต่อไป เราจะไม่เหงา ไม่เศร้า เพราะผิดหวัง
เพราะ เราไม่ได้ถูกห้ามให้ รัก
เพียงแต่ เราไม่มีสิทธิ ไปเป็นคนสำคัญของเขา เท่านั้นเอง

อารมณ์นี้ ตอนนี้ โดนใจสุด ๆ

ความรักที่เกิดขึ้น  . . .
ท่ามกลางความเหงานั้น เกิดขึ้นได้ง่าย
แต่การจะสานความรักต่อ. . .
ให้ยืนยาวได้นั้น เป็นเรื่องยาก


ความเหงานั้น  . . . มันโดดเดี่ยว
เปลี่ยนคนอ่อนไหว  . . .
ให้กลายเป็นคนอ่อนแอได้
จนบางครั้ง  . . .ต้องพยายามหาที่ยึดหัวใจ
ไม่ให้เคว้ง ไปตามแรงกระทบของชีวิต


และบางครั้ง  . . .
ก็อาจเผลอ ไปยึดใครสักคน. . .ที่ไม่อาจจะยึดได้
เพราะเหตุผล แห่งความเป็นไปไม่ได้ ร้อยพันประการ  . . .


แต่  . . . เมื่อความรักได้เกิดขึ้นมาแล้ว
ไม่ว่าจะอยู่ร่วมได้ หรือไม่ . . .
มีสิทธิ์ครอบครอง หรือไม่  . . .
ก็ไม่อาจที่จะ  . . . ห้ามไม่ให้รู้สึกรักได้
เมื่อในที่สุดแล้ว  . . .ห้ามไม่ได้
ก็อาจจะมีอีก ทางเลือกคือ  . . .
การปล่อยหัวใจให้ได้ “รั ก”


แต่  . . .
ต้องหาที่ยืน ที่เหมาะสมให้กับตัวเอง
หาบริเวณ ให้ตัวเองให้ได้
และหักห้ามใจ ไม่ให้เตลิดก้าวไปไกล
จากที่ที่ตัวเองต้องอยู่  . . .


นอกจาก  . . .กล้าที่จะยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว
ก็ต้องกล้าที่จะเชื่อมั่นว่า  . . .
เราต้องยืนอยู่ตรงนั้นให้ได้
และต้องไม่ไปไกลกว่านี้  . . .


อยากอยู่ตรงไหนก็ได้ . . .
แต่ต้องอยู่ในขอบเขต รักได้เท่านั้น
อย่า! ไปเผลอทำร้ายใครให้เจ็บปวด . . .


*******************************************

"อยู่ในขอบเขตของเรานะ..ต้อ"


ดีจังที่ได้อ่าน
อย่างน้อยก็ได้รู้แล้ว
ว่าเราไม่ได้ทำผิดอะไร
เรามีสิทธิ เพราะเป็นหัวใจของเรา
แต่.. อย่าไปก้าวก่ายสิทธิของเค้า

เรา ต้อง ยืน ให้ ถูกที่
เรา ต้อง รัก ให้ เป็น
เรา ต้อง ควบคุมตัวเอง ให้ได้

ต่อไป เราจะไม่เหงา ไม่เศร้า เพราะผิดหวัง
เพราะ เราไม่ได้ถูกห้ามให้ รัก
เพียงแต่ เราไม่มีสิทธิ ไปเป็นคนสำคัญของเขา เท่านั้นเอง

Let you hold my hand

Hold My Hand

Little girl and her father were crossing a bridge.
มีพ่อลูกคู่นึงกำลังจะข้ามสะพาน

The father was kind of scared so he asked his little daughter,
คุณพ่อค่อนข้างกลัวเล็กๆ เลยบอกลูกสาวตัวน้อยของเขาว่า

'Sweetheart, please hold my hand so that you don't fall into the river.'
"ลูกรักจ๊ะ จับมือพ่อไว้สิ หนูจะได้ไม่ตกลงไปในแม่น้ำ"

The little girl said, 'No, Dad. You hold my hand.'
เด็กน้อยกล่าวว่า "ไม่ค่ะพ่อ พ่อหน่ะแหละจับมือหนู"

'What's the difference?' Asked the puzzled father.
"มันต่างกันยังไงจ๊ะลูก?" พ่อถามด้วยความสงสัย

'There's a big difference,' replied the little girl.
"มันต่างกันมากเลยค่ะพ่อ" เด็กน้อยกล่าว

'If I hold your hand and something happens to me,
"ถ้าหนูจับมือพ่อ แล้วมีอะไรเกิดขึ้นกับหนู,

chances are that I may let your hand go.
มันมีโอกาสที่หนูจะปล่อยมือพ่อ

But if you hold my hand, I know for sure that no matter what happens,
แต่ถ้าพ่อจับมือหนู หนูรู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

you will never let my hand go."
พ่อไม่มีวันปล่อยมือหนูแน่นอน'

 


In any relationship,
the essence of trust is not in its bind,
but in its bond.


ในทุกความสัมพันธ์
สิ่งสำคัญของความเชื่อมั่น ไว้ใจ ไม่ใช่อยู่ที่สาระของมัน
แต่เป็นความรู้สึกกับมัน


So hold the hand of the person who loves you rather than expecting them to
hold yours...
เพราะฉะนั้น จงจับมือคนที่รักคุณ ดีกว่าที่จะหวังไว้เค้าจับมือคุณ

  
This message is too short......but carries a lot of Feelings.
ข้อความนี้สั้นเกินไป แต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกมากมาย

***************************************************************

 

ทำไม?

ยิ่งนานวัน
ยิ่งรับรู้เรื่องราว

ยิ่งรับรู้เรื่องราว
ยิ่งรู้ในพฤติกรรม

ยิ่งรับรู้เรื่องราว
ยิ่งรู้ในวิธีการพูด

ยิ่งรับรู้เรื่องราว
ยิ่งรู้ถึงนิสัย

ยิ่งรับรู้เรื่องราว
ยิ่งรู้ว่า "เธอโกหก"

โกหก
โกหกมาก ๆ
โกหกมาตลอด

เศร้าใจ ช้ำใจ เสียใจ

แต่ทำไม?

ยังจะ "รัก" เค้าอีก

ทำไม?

อารมณ์นี้ ตอนนี้ โดนใจสุด ๆ

ความรักที่เกิดขึ้น  . . .
ท่ามกลางความเหงานั้น เกิดขึ้นได้ง่าย
แต่การจะสานความรักต่อ. . .
ให้ยืนยาวได้นั้น เป็นเรื่องยาก


ความเหงานั้น  . . . มันโดดเดี่ยว
เปลี่ยนคนอ่อนไหว  . . .
ให้กลายเป็นคนอ่อนแอได้
จนบางครั้ง  . . .ต้องพยายามหาที่ยึดหัวใจ
ไม่ให้เคว้ง ไปตามแรงกระทบของชีวิต


และบางครั้ง  . . .
ก็อาจเผลอ ไปยึดใครสักคน. . .ที่ไม่อาจจะยึดได้
เพราะเหตุผล แห่งความเป็นไปไม่ได้ ร้อยพันประการ  . . .


แต่  . . . เมื่อความรักได้เกิดขึ้นมาแล้ว
ไม่ว่าจะอยู่ร่วมได้ หรือไม่ . . .
มีสิทธิ์ครอบครอง หรือไม่  . . .
ก็ไม่อาจที่จะ  . . . ห้ามไม่ให้รู้สึกรักได้
เมื่อในที่สุดแล้ว  . . .ห้ามไม่ได้
ก็อาจจะมีอีก ทางเลือกคือ  . . .
การปล่อยหัวใจให้ได้ “รั ก”


แต่  . . .
ต้องหาที่ยืน ที่เหมาะสมให้กับตัวเอง
หาบริเวณ ให้ตัวเองให้ได้
และหักห้ามใจ ไม่ให้เตลิดก้าวไปไกล
จากที่ที่ตัวเองต้องอยู่  . . .


นอกจาก  . . .กล้าที่จะยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว
ก็ต้องกล้าที่จะเชื่อมั่นว่า  . . .
เราต้องยืนอยู่ตรงนั้นให้ได้
และต้องไม่ไปไกลกว่านี้  . . .


อยากอยู่ตรงไหนก็ได้ . . .
แต่ต้องอยู่ในขอบเขต รักได้เท่านั้น
อย่า! ไปเผลอทำร้ายใครให้เจ็บปวด . . .


*******************************************

"อยู่ในขอบเขตของเรานะ..ต้อ"


ดีจังที่ได้อ่าน
อย่างน้อยก็ได้รู้แล้ว
ว่าเราไม่ได้ทำผิดอะไร
เรามีสิทธิ เพราะเป็นหัวใจของเรา
แต่.. อย่าไปก้าวก่ายสิทธิของเค้า

เรา ต้อง ยืน ให้ ถูกที่
เรา ต้อง รัก ให้ เป็น
เรา ต้อง ควบคุมตัวเอง ให้ได้

ต่อไป เราจะไม่เหงา ไม่เศร้า เพราะผิดหวัง
เพราะ เราไม่ได้ถูกห้ามให้ รัก
เพียงแต่ เราไม่มีสิทธิ ไปเป็นคนสำคัญของเขา เท่านั้นเอง

Let you hold my hand

Hold My Hand

Little girl and her father were crossing a bridge.
มีพ่อลูกคู่นึงกำลังจะข้ามสะพาน

The father was kind of scared so he asked his little daughter,
คุณพ่อค่อนข้างกลัวเล็กๆ เลยบอกลูกสาวตัวน้อยของเขาว่า

'Sweetheart, please hold my hand so that you don't fall into the river.'
"ลูกรักจ๊ะ จับมือพ่อไว้สิ หนูจะได้ไม่ตกลงไปในแม่น้ำ"

The little girl said, 'No, Dad. You hold my hand.'
เด็กน้อยกล่าวว่า "ไม่ค่ะพ่อ พ่อหน่ะแหละจับมือหนู"

'What's the difference?' Asked the puzzled father.
"มันต่างกันยังไงจ๊ะลูก?" พ่อถามด้วยความสงสัย

'There's a big difference,' replied the little girl.
"มันต่างกันมากเลยค่ะพ่อ" เด็กน้อยกล่าว

'If I hold your hand and something happens to me,
"ถ้าหนูจับมือพ่อ แล้วมีอะไรเกิดขึ้นกับหนู,

chances are that I may let your hand go.
มันมีโอกาสที่หนูจะปล่อยมือพ่อ

But if you hold my hand, I know for sure that no matter what happens,
แต่ถ้าพ่อจับมือหนู หนูรู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

you will never let my hand go."
พ่อไม่มีวันปล่อยมือหนูแน่นอน'

 


In any relationship,
the essence of trust is not in its bind,
but in its bond.


ในทุกความสัมพันธ์
สิ่งสำคัญของความเชื่อมั่น ไว้ใจ ไม่ใช่อยู่ที่สาระของมัน
แต่เป็นความรู้สึกกับมัน


So hold the hand of the person who loves you rather than expecting them to
hold yours...
เพราะฉะนั้น จงจับมือคนที่รักคุณ ดีกว่าที่จะหวังไว้เค้าจับมือคุณ

  
This message is too short......but carries a lot of Feelings.
ข้อความนี้สั้นเกินไป แต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกมากมาย

***************************************************************

 

ทำไม?

ยิ่งนานวัน
ยิ่งรับรู้เรื่องราว

ยิ่งรับรู้เรื่องราว
ยิ่งรู้ในพฤติกรรม

ยิ่งรับรู้เรื่องราว
ยิ่งรู้ในวิธีการพูด

ยิ่งรับรู้เรื่องราว
ยิ่งรู้ถึงนิสัย

ยิ่งรับรู้เรื่องราว
ยิ่งรู้ว่า "เธอโกหก"

โกหก
โกหกมาก ๆ
โกหกมาตลอด

เศร้าใจ ช้ำใจ เสียใจ

แต่ทำไม?

ยังจะ "รัก" เค้าอีก

ทำไม?

กอด

ได้ฟังเพลงเพลงหนึ่ง ไม่รู้จักแต่มีอยู่ประโยคหนึ่ง ชอบมาก

เค้าบอกว่า

 

"ผ้าห่มที่อุ่นที่สุด คืออ้อมกอด"

 

"อ้อมกอด คือผ้าห่มที่มีหัวใจ"

 

ใครรู้บ้าง ว่าเพลงนี้ของใคร..
ผู้หญิงเป็นคนร้อง

 

อยากมีคนกอดจัง..

อารมณ์นี้ ตอนนี้ โดนใจสุด ๆ

ความรักที่เกิดขึ้น  . . .
ท่ามกลางความเหงานั้น เกิดขึ้นได้ง่าย
แต่การจะสานความรักต่อ. . .
ให้ยืนยาวได้นั้น เป็นเรื่องยาก


ความเหงานั้น  . . . มันโดดเดี่ยว
เปลี่ยนคนอ่อนไหว  . . .
ให้กลายเป็นคนอ่อนแอได้
จนบางครั้ง  . . .ต้องพยายามหาที่ยึดหัวใจ
ไม่ให้เคว้ง ไปตามแรงกระทบของชีวิต


และบางครั้ง  . . .
ก็อาจเผลอ ไปยึดใครสักคน. . .ที่ไม่อาจจะยึดได้
เพราะเหตุผล แห่งความเป็นไปไม่ได้ ร้อยพันประการ  . . .


แต่  . . . เมื่อความรักได้เกิดขึ้นมาแล้ว
ไม่ว่าจะอยู่ร่วมได้ หรือไม่ . . .
มีสิทธิ์ครอบครอง หรือไม่  . . .
ก็ไม่อาจที่จะ  . . . ห้ามไม่ให้รู้สึกรักได้
เมื่อในที่สุดแล้ว  . . .ห้ามไม่ได้
ก็อาจจะมีอีก ทางเลือกคือ  . . .
การปล่อยหัวใจให้ได้ “รั ก”


แต่  . . .
ต้องหาที่ยืน ที่เหมาะสมให้กับตัวเอง
หาบริเวณ ให้ตัวเองให้ได้
และหักห้ามใจ ไม่ให้เตลิดก้าวไปไกล
จากที่ที่ตัวเองต้องอยู่  . . .


นอกจาก  . . .กล้าที่จะยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว
ก็ต้องกล้าที่จะเชื่อมั่นว่า  . . .
เราต้องยืนอยู่ตรงนั้นให้ได้
และต้องไม่ไปไกลกว่านี้  . . .


อยากอยู่ตรงไหนก็ได้ . . .
แต่ต้องอยู่ในขอบเขต รักได้เท่านั้น
อย่า! ไปเผลอทำร้ายใครให้เจ็บปวด . . .


*******************************************

"อยู่ในขอบเขตของเรานะ..ต้อ"


ดีจังที่ได้อ่าน
อย่างน้อยก็ได้รู้แล้ว
ว่าเราไม่ได้ทำผิดอะไร
เรามีสิทธิ เพราะเป็นหัวใจของเรา
แต่.. อย่าไปก้าวก่ายสิทธิของเค้า

เรา ต้อง ยืน ให้ ถูกที่
เรา ต้อง รัก ให้ เป็น
เรา ต้อง ควบคุมตัวเอง ให้ได้

ต่อไป เราจะไม่เหงา ไม่เศร้า เพราะผิดหวัง
เพราะ เราไม่ได้ถูกห้ามให้ รัก
เพียงแต่ เราไม่มีสิทธิ ไปเป็นคนสำคัญของเขา เท่านั้นเอง

Let you hold my hand

Hold My Hand

Little girl and her father were crossing a bridge.
มีพ่อลูกคู่นึงกำลังจะข้ามสะพาน

The father was kind of scared so he asked his little daughter,
คุณพ่อค่อนข้างกลัวเล็กๆ เลยบอกลูกสาวตัวน้อยของเขาว่า

'Sweetheart, please hold my hand so that you don't fall into the river.'
"ลูกรักจ๊ะ จับมือพ่อไว้สิ หนูจะได้ไม่ตกลงไปในแม่น้ำ"

The little girl said, 'No, Dad. You hold my hand.'
เด็กน้อยกล่าวว่า "ไม่ค่ะพ่อ พ่อหน่ะแหละจับมือหนู"

'What's the difference?' Asked the puzzled father.
"มันต่างกันยังไงจ๊ะลูก?" พ่อถามด้วยความสงสัย

'There's a big difference,' replied the little girl.
"มันต่างกันมากเลยค่ะพ่อ" เด็กน้อยกล่าว

'If I hold your hand and something happens to me,
"ถ้าหนูจับมือพ่อ แล้วมีอะไรเกิดขึ้นกับหนู,

chances are that I may let your hand go.
มันมีโอกาสที่หนูจะปล่อยมือพ่อ

But if you hold my hand, I know for sure that no matter what happens,
แต่ถ้าพ่อจับมือหนู หนูรู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

you will never let my hand go."
พ่อไม่มีวันปล่อยมือหนูแน่นอน'

 


In any relationship,
the essence of trust is not in its bind,
but in its bond.


ในทุกความสัมพันธ์
สิ่งสำคัญของความเชื่อมั่น ไว้ใจ ไม่ใช่อยู่ที่สาระของมัน
แต่เป็นความรู้สึกกับมัน


So hold the hand of the person who loves you rather than expecting them to
hold yours...
เพราะฉะนั้น จงจับมือคนที่รักคุณ ดีกว่าที่จะหวังไว้เค้าจับมือคุณ

  
This message is too short......but carries a lot of Feelings.
ข้อความนี้สั้นเกินไป แต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกมากมาย

***************************************************************

 

ทำไม?

ยิ่งนานวัน
ยิ่งรับรู้เรื่องราว

ยิ่งรับรู้เรื่องราว
ยิ่งรู้ในพฤติกรรม

ยิ่งรับรู้เรื่องราว
ยิ่งรู้ในวิธีการพูด

ยิ่งรับรู้เรื่องราว
ยิ่งรู้ถึงนิสัย

ยิ่งรับรู้เรื่องราว
ยิ่งรู้ว่า "เธอโกหก"

โกหก
โกหกมาก ๆ
โกหกมาตลอด

เศร้าใจ ช้ำใจ เสียใจ

แต่ทำไม?

ยังจะ "รัก" เค้าอีก

ทำไม?

กอด

ได้ฟังเพลงเพลงหนึ่ง ไม่รู้จักแต่มีอยู่ประโยคหนึ่ง ชอบมาก

เค้าบอกว่า

 

"ผ้าห่มที่อุ่นที่สุด คืออ้อมกอด"

 

"อ้อมกอด คือผ้าห่มที่มีหัวใจ"

 

ใครรู้บ้าง ว่าเพลงนี้ของใคร..
ผู้หญิงเป็นคนร้อง

 

อยากมีคนกอดจัง..

สายซ้อน..

ในขณะที่.... ผมก็เป็นเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วๆ ไป เรียน เที่ยว นอน กิน
ดึกๆ ผมก็โทรคุยกับแฟนของผม
ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของผม
และผมก็เชื่อว่าใครๆ เค้าก็ทำแบบนี้กัน
'จ้า ตัวเอง วันนี้กินข้าวรื้อยาง'
'กินกับอะไรบ้าง แล้วตอนกินตัวเองคิดถึงเค้ามั้ยเนี่ย'
'รู้มั้ยตัวเอง ถ้าเค้าเป็นผีเนี่ย เค้าอยากเป็นกระสือที่รักจะได้เห็นใจไง'
'ตัวเองวางก่อนดิ ก่อนดิ'

ประโยคต่างๆ ที่ผมได้คิดและคัดสรรเตรียมพร้อมมาต่างๆ ก่อนโทร
ผมยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ตอนดึกไปกับการคุยโทรศัพท์
ระยะเวลาอันผมได้ใช้ไปในแต่ละครั้งนั้น
พอรู้สึกอีกทีก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว
แต่ผมก็ไม่ชอบนะ หากใครจะมาว่าผมไร้สาระ
ก็ไม่เห็นหรอคนส่วนใหญ่เค้าก็ทำกัน
'เอ้อ เกือบลืมไปอีกอย่าง กิจวัตรอีกอย่างนึงของผมก็คือ

แม่ของผมมักชอบโทรหาผมทุกวัน' 'ตอนนี้ลูกอยู่หอรึยัง'
'เย็นนี้กินข้าวอิ่มมั้ย' 'วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง' 'อย่าไปเที่ยวที่ไหนไกลนะ'

โธ่!คำถามเดิมๆ ผมก็ตอบไปแบบเดิมๆ
แม่ผมก็ไม่เบื่อซักที ยังคงโทรหาผมเป็นประจำ
โชคดีที่ผมพยายามตัดบทคุย
ผมกับแม่น่ะคุยกันไม่กี่นาทีก็วางแล้ว
ก็มันไม่มีอะไรจะคุยจะให้ผมทำยังไง
จนกระทั่งวันนั้น 'ตัวเองตอบเค้าได้รึยังว่ารักเค้ามั้ย'
'เร็วๆสิ เค้ายังอุฒส่าห์บอกรักตัวเองไปแล้วนะ'
'แล้วยังจะใจร้ายไม่บอกรักเค้าอีกหรอ'
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงจากโทรศัพท์บอกผมว่ามีสายซ้อน
ผมมองไปที่หน้าจอมันขึ้นชื่อว่า 'Home'
'โธ่ แม่โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย'
ผมไม่สลับสายผม ผมยังคงคุยกับสุดที่รักของผมต่อไป
เพราะผมรู้ว่าสิ่งที่แม่จะคุยกับผมก็คงเป็นประโยคเดิมๆ

'และนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ผมจะมีโอกาสฟังเสียงของแม่'

หลังจากนั้นไม่นานทางญาติของผมโทรมาแจ้งผมว่า
เมื่อคืนนี้บ้านของผมถูกขโมยเข้า และแม่ของผมขัดขืน
และได้ต่อสู้กับโจร จึงถูกโจรใช้มีดแทงเข้าที่ท้อง
แม่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
ญาติของผมเล่าอีกว่าตอนไปพบศพแม่นั้น
ในมือของแม่กำโทรศัพท์ไว้แน่น

และเบอร์โทรออกล่าสุดของเธอไม่ใช่โทรแจ้งตำรวจ
หรือเรียกรถพยาบาล แต่แม่เลือกที่จะโทรหา 'ผม'
สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่แม่ผมเลือกที่จะทำคือ โทรศัพท์หาผมเพื่อฟังเสียงของผม
วินาทีนั้นน้ำตาของผมไหลอาบแก้ม ผมพูดอะไรไม่ออก มือและตัวของผมสั่น
วันนั้นผมเลือกที่จะคุยกับแฟนผม ดีกว่าที่จะคุยกับแม่ของผม

ผู้หญิงคนเดียวในโลก ที่คุยกับผมเป็นคนแรกในชีวิต

ผู้หญิงคนเดียวที่ผมสามารถที่จะคุยกับเธอได้ทุกเวลา

โดยที่ผมไม่ต้องเตรียมบทพูดใดๆ ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะประทับใจหรือไม่
ไม่ต้องมีมุข ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ

คนเดียวในโลก ที่โทรมาหาผมเพียงแค่ฟังผมพูดประโยคเดิมๆ

คนเดียวในโลกที่ไม่ว่าโทรศัพท์เธอจะโปรโมชั่นแพงแค่ไหนก็ยังโทรหา ผม

'และคนเดียวในโลก ที่เลือกคุยกับผมในวินาทีสุดท้ายในชีวิต'

ในบางครั้งประโยคที่ว่า 'ไม่มีคำว่าสาย หากเราคิดที่จะแก้ตัว'
มันก็ไม่เป็นความจริง 'เพราะบางปรากฏการณ์ในโลก เกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว'
อาจเป็นเพราะเวรกรรมของผม

หลังจากนั้นไม่นานแฟนผมที่ผมใช้เวลาคุยกับเธอวันหลาย ๆ ชั่วโมงก็ทิ้งผมไป
วันนี้ผมเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น

หลายๆ อย่างที่คนส่วนใหญ่ทำ มิได้หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป
เพราะตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องรับผลการกระทำของเ ราเอง
'เราจะรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป'

ทุกวันนี้ผมนั่งมองโทรศัพท์
รอที่จะตอบคำถามเดิมๆ ให้ผู้หญิงคนหนึ่งฟัง
แต่ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีอีกแล้ว
 

 

 

เศร้าโคด

อารมณ์นี้ ตอนนี้ โดนใจสุด ๆ

ความรักที่เกิดขึ้น  . . .
ท่ามกลางความเหงานั้น เกิดขึ้นได้ง่าย
แต่การจะสานความรักต่อ. . .
ให้ยืนยาวได้นั้น เป็นเรื่องยาก


ความเหงานั้น  . . . มันโดดเดี่ยว
เปลี่ยนคนอ่อนไหว  . . .
ให้กลายเป็นคนอ่อนแอได้
จนบางครั้ง  . . .ต้องพยายามหาที่ยึดหัวใจ
ไม่ให้เคว้ง ไปตามแรงกระทบของชีวิต


และบางครั้ง  . . .
ก็อาจเผลอ ไปยึดใครสักคน. . .ที่ไม่อาจจะยึดได้
เพราะเหตุผล แห่งความเป็นไปไม่ได้ ร้อยพันประการ  . . .


แต่  . . . เมื่อความรักได้เกิดขึ้นมาแล้ว
ไม่ว่าจะอยู่ร่วมได้ หรือไม่ . . .
มีสิทธิ์ครอบครอง หรือไม่  . . .
ก็ไม่อาจที่จะ  . . . ห้ามไม่ให้รู้สึกรักได้
เมื่อในที่สุดแล้ว  . . .ห้ามไม่ได้
ก็อาจจะมีอีก ทางเลือกคือ  . . .
การปล่อยหัวใจให้ได้ “รั ก”


แต่  . . .
ต้องหาที่ยืน ที่เหมาะสมให้กับตัวเอง
หาบริเวณ ให้ตัวเองให้ได้
และหักห้ามใจ ไม่ให้เตลิดก้าวไปไกล
จากที่ที่ตัวเองต้องอยู่  . . .


นอกจาก  . . .กล้าที่จะยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว
ก็ต้องกล้าที่จะเชื่อมั่นว่า  . . .
เราต้องยืนอยู่ตรงนั้นให้ได้
และต้องไม่ไปไกลกว่านี้  . . .


อยากอยู่ตรงไหนก็ได้ . . .
แต่ต้องอยู่ในขอบเขต รักได้เท่านั้น
อย่า! ไปเผลอทำร้ายใครให้เจ็บปวด . . .


*******************************************

"อยู่ในขอบเขตของเรานะ..ต้อ"


ดีจังที่ได้อ่าน
อย่างน้อยก็ได้รู้แล้ว
ว่าเราไม่ได้ทำผิดอะไร
เรามีสิทธิ เพราะเป็นหัวใจของเรา
แต่.. อย่าไปก้าวก่ายสิทธิของเค้า

เรา ต้อง ยืน ให้ ถูกที่
เรา ต้อง รัก ให้ เป็น
เรา ต้อง ควบคุมตัวเอง ให้ได้

ต่อไป เราจะไม่เหงา ไม่เศร้า เพราะผิดหวัง
เพราะ เราไม่ได้ถูกห้ามให้ รัก
เพียงแต่ เราไม่มีสิทธิ ไปเป็นคนสำคัญของเขา เท่านั้นเอง

Let you hold my hand

Hold My Hand

Little girl and her father were crossing a bridge.
มีพ่อลูกคู่นึงกำลังจะข้ามสะพาน

The father was kind of scared so he asked his little daughter,
คุณพ่อค่อนข้างกลัวเล็กๆ เลยบอกลูกสาวตัวน้อยของเขาว่า

'Sweetheart, please hold my hand so that you don't fall into the river.'
"ลูกรักจ๊ะ จับมือพ่อไว้สิ หนูจะได้ไม่ตกลงไปในแม่น้ำ"

The little girl said, 'No, Dad. You hold my hand.'
เด็กน้อยกล่าวว่า "ไม่ค่ะพ่อ พ่อหน่ะแหละจับมือหนู"

'What's the difference?' Asked the puzzled father.
"มันต่างกันยังไงจ๊ะลูก?" พ่อถามด้วยความสงสัย

'There's a big difference,' replied the little girl.
"มันต่างกันมากเลยค่ะพ่อ" เด็กน้อยกล่าว

'If I hold your hand and something happens to me,
"ถ้าหนูจับมือพ่อ แล้วมีอะไรเกิดขึ้นกับหนู,

chances are that I may let your hand go.
มันมีโอกาสที่หนูจะปล่อยมือพ่อ

But if you hold my hand, I know for sure that no matter what happens,
แต่ถ้าพ่อจับมือหนู หนูรู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

you will never let my hand go."
พ่อไม่มีวันปล่อยมือหนูแน่นอน'

 


In any relationship,
the essence of trust is not in its bind,
but in its bond.


ในทุกความสัมพันธ์
สิ่งสำคัญของความเชื่อมั่น ไว้ใจ ไม่ใช่อยู่ที่สาระของมัน
แต่เป็นความรู้สึกกับมัน


So hold the hand of the person who loves you rather than expecting them to
hold yours...
เพราะฉะนั้น จงจับมือคนที่รักคุณ ดีกว่าที่จะหวังไว้เค้าจับมือคุณ

  
This message is too short......but carries a lot of Feelings.
ข้อความนี้สั้นเกินไป แต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกมากมาย

***************************************************************

 

ทำไม?

ยิ่งนานวัน
ยิ่งรับรู้เรื่องราว

ยิ่งรับรู้เรื่องราว
ยิ่งรู้ในพฤติกรรม

ยิ่งรับรู้เรื่องราว
ยิ่งรู้ในวิธีการพูด

ยิ่งรับรู้เรื่องราว
ยิ่งรู้ถึงนิสัย

ยิ่งรับรู้เรื่องราว
ยิ่งรู้ว่า "เธอโกหก"

โกหก
โกหกมาก ๆ
โกหกมาตลอด

เศร้าใจ ช้ำใจ เสียใจ

แต่ทำไม?

ยังจะ "รัก" เค้าอีก

ทำไม?

กอด

ได้ฟังเพลงเพลงหนึ่ง ไม่รู้จักแต่มีอยู่ประโยคหนึ่ง ชอบมาก

เค้าบอกว่า

 

"ผ้าห่มที่อุ่นที่สุด คืออ้อมกอด"

 

"อ้อมกอด คือผ้าห่มที่มีหัวใจ"

 

ใครรู้บ้าง ว่าเพลงนี้ของใคร..
ผู้หญิงเป็นคนร้อง

 

อยากมีคนกอดจัง..

สายซ้อน..

ในขณะที่.... ผมก็เป็นเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วๆ ไป เรียน เที่ยว นอน กิน
ดึกๆ ผมก็โทรคุยกับแฟนของผม
ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของผม
และผมก็เชื่อว่าใครๆ เค้าก็ทำแบบนี้กัน
'จ้า ตัวเอง วันนี้กินข้าวรื้อยาง'
'กินกับอะไรบ้าง แล้วตอนกินตัวเองคิดถึงเค้ามั้ยเนี่ย'
'รู้มั้ยตัวเอง ถ้าเค้าเป็นผีเนี่ย เค้าอยากเป็นกระสือที่รักจะได้เห็นใจไง'
'ตัวเองวางก่อนดิ ก่อนดิ'

ประโยคต่างๆ ที่ผมได้คิดและคัดสรรเตรียมพร้อมมาต่างๆ ก่อนโทร
ผมยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ตอนดึกไปกับการคุยโทรศัพท์
ระยะเวลาอันผมได้ใช้ไปในแต่ละครั้งนั้น
พอรู้สึกอีกทีก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว
แต่ผมก็ไม่ชอบนะ หากใครจะมาว่าผมไร้สาระ
ก็ไม่เห็นหรอคนส่วนใหญ่เค้าก็ทำกัน
'เอ้อ เกือบลืมไปอีกอย่าง กิจวัตรอีกอย่างนึงของผมก็คือ

แม่ของผมมักชอบโทรหาผมทุกวัน' 'ตอนนี้ลูกอยู่หอรึยัง'
'เย็นนี้กินข้าวอิ่มมั้ย' 'วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง' 'อย่าไปเที่ยวที่ไหนไกลนะ'

โธ่!คำถามเดิมๆ ผมก็ตอบไปแบบเดิมๆ
แม่ผมก็ไม่เบื่อซักที ยังคงโทรหาผมเป็นประจำ
โชคดีที่ผมพยายามตัดบทคุย
ผมกับแม่น่ะคุยกันไม่กี่นาทีก็วางแล้ว
ก็มันไม่มีอะไรจะคุยจะให้ผมทำยังไง
จนกระทั่งวันนั้น 'ตัวเองตอบเค้าได้รึยังว่ารักเค้ามั้ย'
'เร็วๆสิ เค้ายังอุฒส่าห์บอกรักตัวเองไปแล้วนะ'
'แล้วยังจะใจร้ายไม่บอกรักเค้าอีกหรอ'
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงจากโทรศัพท์บอกผมว่ามีสายซ้อน
ผมมองไปที่หน้าจอมันขึ้นชื่อว่า 'Home'
'โธ่ แม่โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย'
ผมไม่สลับสายผม ผมยังคงคุยกับสุดที่รักของผมต่อไป
เพราะผมรู้ว่าสิ่งที่แม่จะคุยกับผมก็คงเป็นประโยคเดิมๆ

'และนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ผมจะมีโอกาสฟังเสียงของแม่'

หลังจากนั้นไม่นานทางญาติของผมโทรมาแจ้งผมว่า
เมื่อคืนนี้บ้านของผมถูกขโมยเข้า และแม่ของผมขัดขืน
และได้ต่อสู้กับโจร จึงถูกโจรใช้มีดแทงเข้าที่ท้อง
แม่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
ญาติของผมเล่าอีกว่าตอนไปพบศพแม่นั้น
ในมือของแม่กำโทรศัพท์ไว้แน่น

และเบอร์โทรออกล่าสุดของเธอไม่ใช่โทรแจ้งตำรวจ
หรือเรียกรถพยาบาล แต่แม่เลือกที่จะโทรหา 'ผม'
สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่แม่ผมเลือกที่จะทำคือ โทรศัพท์หาผมเพื่อฟังเสียงของผม
วินาทีนั้นน้ำตาของผมไหลอาบแก้ม ผมพูดอะไรไม่ออก มือและตัวของผมสั่น
วันนั้นผมเลือกที่จะคุยกับแฟนผม ดีกว่าที่จะคุยกับแม่ของผม

ผู้หญิงคนเดียวในโลก ที่คุยกับผมเป็นคนแรกในชีวิต

ผู้หญิงคนเดียวที่ผมสามารถที่จะคุยกับเธอได้ทุกเวลา

โดยที่ผมไม่ต้องเตรียมบทพูดใดๆ ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะประทับใจหรือไม่
ไม่ต้องมีมุข ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ

คนเดียวในโลก ที่โทรมาหาผมเพียงแค่ฟังผมพูดประโยคเดิมๆ

คนเดียวในโลกที่ไม่ว่าโทรศัพท์เธอจะโปรโมชั่นแพงแค่ไหนก็ยังโทรหา ผม

'และคนเดียวในโลก ที่เลือกคุยกับผมในวินาทีสุดท้ายในชีวิต'

ในบางครั้งประโยคที่ว่า 'ไม่มีคำว่าสาย หากเราคิดที่จะแก้ตัว'
มันก็ไม่เป็นความจริง 'เพราะบางปรากฏการณ์ในโลก เกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว'
อาจเป็นเพราะเวรกรรมของผม

หลังจากนั้นไม่นานแฟนผมที่ผมใช้เวลาคุยกับเธอวันหลาย ๆ ชั่วโมงก็ทิ้งผมไป
วันนี้ผมเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น

หลายๆ อย่างที่คนส่วนใหญ่ทำ มิได้หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป
เพราะตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องรับผลการกระทำของเ ราเอง
'เราจะรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป'

ทุกวันนี้ผมนั่งมองโทรศัพท์
รอที่จะตอบคำถามเดิมๆ ให้ผู้หญิงคนหนึ่งฟัง
แต่ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีอีกแล้ว
 

 

 

เศร้าโคด

อ่านแล้ว สลด

๑. 
๏ ประวัติศาสตร์ต้องเกิดซ้ำ 
เพราะบ่งหนามไม่หมดเสี้ยน 
ตัดต้นไม่โค่นเตียน 
จึงเหลือตอมาตำใจ 

๒. 
๏ เอาเงินเป็นอำนาจ 
เข้าครอบชาติด้วยบาตรใหญ่ 
เปลือกนอกประชาธิปไตย 
แต่เนื้อใน เผด็จการ 

๓. 
๏ เลือกตั้งมาบังหน้า 
ล้วนขี้ข้าพวกสาธารณ์ 
เอาทุนอันสามานย์ 
เข้าขม้ำ เขมือบเมือง 

๔. 
๏ ผูกขาดเพื่อคนรวย 
ยิ่งร่ำรวย ยิ่งแรงเรือง 
ไพร่ฟ้าสิหน้าเหลือง 
ทั้งชาวไร่ แลชาวนา 

๕. 
๏ ประชาธิปไตยทาส 
ก็ผูกขาด ด้วยเงินตรา 
ประชาธิปไตยประชา 
กำหนดได้ ด้วยปวงชน 

๖.กำหมัด ทมัดมั่น 
เข้าโรมรัน พวกทุรพล 
เผด็จการ เผด็จกล 
กวาดให้สิ้นแผ่นดินไทย! 

.................................. 
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ 
พฤ.๒๙/๕/๕๑ 


torlae